แขวนสตั๊ดเลยไหม? โมดริช เผยอนาคตตัวเองจะเล่นฟุตบอลอีกกี่ปี

ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ตัวเก๋าของ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด แย้มอาจเล่นฟุตบอลต่อไปเรื่อยๆ จนถึงอายุ 40 ปี พร้อมระบุประสบความสำเร็จเกินคาด กับช่วงเวลาเกือบ 10 ปี ในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

ลูก้า โมดริช กองกลางคนเก่งของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เผยว่า มีความเป็นไปได้ที่ตนอาจจะเล่นฟุตบอลจนถึงอายุ 40 ปี และตอนนี้ยังไม่มีแผนที่จะรีไทร์แต่อย่างใด

ดาวเตะชาวโครเอเชีย ซึ่งจะมีอายุครบ 37 ปี ช่วงเดือนกันยายน กำลังจะหมดสัญญากับ เรอัล มาดริด หลังจบฤดูกาลนี้ แต่ก็มีกระแสข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องว่า “ราชันชุดขาว” เตรียมจับเจ้าตัวขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี

แม้อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้ว แต่มิดฟิลด์เชิงสูงรายนี้ งถือเป็นหนึ่งในบรรดาผู้เล่นแกนหลักของสโมสรแชมป์ยุโรป 13 สมัย โดยฤดูกาลนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ทีมรวมทุกรายการ 26 นัด ทำได้ 2 ประตู กับ 5 แอสซิสต์

“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ผมจะเล่นฟุตบอลจนถึงตอนไหน บางทีอาจจะถึงอายุ 40 ปี เลยก็ได้ ผมก็แค่ปล่อยให้มันเป็นไปเรื่อยๆ ตามสเต็ป และมีความสุขกับสิ่งที่กำลังทำ สภาพร่างกายของผมยังดีอยู่ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เรื่องสภาพจิตใจก็เช่นกัน”

“ตอนนี้ผมอยู่กับสโมสรใหญ่ เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ดังนั้นผมจึงต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อรักษาระดับของตัวเองให้อยู่ในระดับสูงสุดอยู่เสมอ ช่วงเวลาของผมกับ เรอัล มาดริด ถือว่าผมประสบความสำเร็จได้มากกว่าที่ผมเคยคาดคิด เพราะตอนนี้มันก็เกือบ 10 ปีแล้ว ที่ผมอยู่กับสโมสร”

ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับสโมสรยอดเยี่ยมมากๆ กับแฟนๆ ก็เช่นกัน พวกเขาเชื่อมั่นในตัวผม และให้การสนับสนุนผมอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผมประสบความสำเร็จ และทำให้ผมพร้อมที่จะลุยต่อไป” อดีตแข้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กล่าว

ทั้งนี้ โมดริช ย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพ “ราชันชุดขาว” เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2012 โดยจนถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ทีมไปแล้วทั้งสิ้น 417 นัด ทำได้ 30 ประตู กับ 66 แอสซิสต์ พร้อมประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ด้วยตำแหน่งแชมป์ ลา ลีกา 2 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า 4 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 3 สมัย และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 3 สมัย

สามประสานATT! เผยไลน์อัพใหม่ บาร์ซ่า หลังคว้าแข้งเข้ามาเสริมทัพมากมาย

ตลาดซื้อขายนักเตะรอบสองเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาได้ปิดตัวลงไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งในครั้งนี้ บาร์ซ่า ถือว่าเสริมทัพได้น่าสนใจเลยทีเดียว หลังล่าสุดเพิ่งดึง ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง มาจาก อาร์เซน่อล

บาร์เซโลน่า เป็นอีกสโมสรชั้นนำในยุโรปที่เดินหน้าเสริมทัพได้แข้งหลายรายในตลาดรอบนี้ หลังจากพวกเขากำลังสร้างทีมขึ้นมาใหม่ภายในการนำทีมของ ชาบี เอร์นานเดซ ในการพาทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง

อย่างที่ทราบกันดีว่าเวลานี้ “เจ้าบุญทุ่ม” กำลังมีผลงานที่ไม่คงเส้นคงว่าสักเท่าไหร่ และมีปัญหารุมเร้ามากมาย โดยเฉพาะนักเตะตัวหลักบาดเจ็บไปเพียบ ซึ่งทำให้พวกเขาดึงแข้งใหม่เข้ามาเสริมทัพถึง 3 รายใหญ่ๆทั้ง แฟร์ราน ตอร์เรส จาก แมนฯ ซิตี้, อดาม่า ตราโอเร่ ปีกจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง

แน่นอนว่าจากเหตุดังกล่าวทำให้ทีมดังแห่งถิ่นคัมป์ นู ได้รับการจับตามอง โดยสื่อต่างประเทศได้คาดการณ์ไลน์อัพของ บาร์เซโลน่า เมื่อได้ 3 แข้งใหม่ลงสนามพร้อมกันเอาไว้ดังนี้

ระบบ 4-3-3

-ผู้รักษาประตู

เริ่มกันที่ผู้รักษาประตูยังคงเป็น มาร์ค อังเดน แทร์ สเตเก้น ลงเฝ้าเสาตามเดิม หลังจากพวกเขาไม่ได้คว้านายด่านรายใหม่เข้ามา ซึ่งผลงานของ สเตเก้น เองก็ยังอยู่ในฟอร์มที่ดี

กองหลัง – บาร์ซ่า จัดการแก้ปัญหาในตำแหน่งแบ็กขวาด้วยการดึง ดานี่ อัลเวส แบ็กจอมบุกชาวบราซิลกลับมาร่วมทีมอีกครั้งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและน่าจะยึดตัวจริงไปแบบยาวๆ

ขณะที่รายอื่นๆยังคงเป็นชุดเดิมทั้งสิ้นโดย เคราร์ด ปิเก้ จับคู่เซ็นเตอร์กับ โรนัลด์ อเราโฆ่ ส่วน จอร์ดี้ อัลบา ยืนเป็นแบ็กซ้าย

กองกลาง

ขยับมาที่แดนกลางน่าจะเป็นขุมกำลังที่ดีที่สุดในตอนนี้แล้ว หลังจากได้ เปดรี้ สลัดอาการบาดเจ็บกลับมา เล่นร่วมกับ กาบี เจ้าหนูดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดได้สำเร็จ ซึ่งอาจจะต้องแย่งตำแหน่งกับ แฟรงกี้ เดอ ยอง รวมถึง นิโก กอนซาเลซ โดยจะยังมี เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ยืนเป็นตัวตัดเกม

-กองหน้า

หลังจาก บาร์ซ่า ดึง 3 แนวรุกเข้ามาใหม่ทำให้พวกเขาดูมีความอันตรายมากยิ่งขึ้น หลังจากฤดูกาลนี้จุดอ่อนของทีมคือปัญหาการจบสกอร์ โดยช่วงที่ผ่านมา ชาบี จะใช้ ลุค เดอ ยอง ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ส่วนตัวริมเส้นสองฝั่งจะเป็นแข้งดาวรุ่งที่สลับกันลงมา

โดย แฟร์ราน ตอร์เรส จะยืนเป็นตัวริมเส้นด้านขวา ส่วน อดาม่า ตราโอเร่ อยู่ฝั่งซ้าย ซึ่งสองคนนี้จะสามารถยืนสลับตำแหน่งกันได้ โดยกองหน้าตัวเป้าจะเป็น โอบาเมยอง ซึ่งหากเล่นเข้าขากันเมื่อไหร่น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาแนวรุกได้น่ากลัวทีเดียว